กิจกรรมการปะทะสังสรรค์ทางบทกวี การสนทนาระหว่างกวีจีน–ไทย “ภิรมย์ชมจันทร์เต็มดวงทั่วหล้า” จัดขึ้นอย่างประสบความสำเร็จ

เมื่อวันที่ 21 กันยายน โดยการชี้แนะจาก #สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย#ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพฯ ร่วมกับ #สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ประสบความสำเร็จในการจัดกิจกรรมการปะทะสังสรรค์ทางบทกวี การสนทนาระหว่างกวีจีน–ไทย “ภิรมย์ชมจันทร์เต็มดวงทั่วหล้า” โดยมีคุณหยาง เสี่ยวหลง ที่ปรึกษาฝ่ายวัฒนธรรมสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย คุณจาง รั่วอวี๋ ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีนและ #สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพฯ คุณจุฑามาศ ณ สงขลา เลขาธิการสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ดร.ประกาย ณ สงขลา ประธาน #สภาส่งเสริมวัฒนธรรมอาเซียน คุณพินิจ นิลรัตน์ อดีตอุปนายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติ ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ และผู้สนใจด้านวรรณกรรมเข้าร่วมกิจกรรม

คุณหยาง เสี่ยวหลง กล่าวสุนทรพจน์ว่า ปัจจุบัน #ความสัมพันธ์หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน ระหว่างจีนและไทยดำเนินไปอย่างเข้มแข็ง และแนวคิด “จีน–ไทยครอบครัวเดียวกัน” ได้หยั่งรากลึกในใจประชาชน วันนี้เราใช้บทกวีเป็นสื่อ ถือเป็นการสะท้อนและสานต่อฉันทามติดังกล่าวอย่างอ่อนโยนและทรงพลัง #การแลกเปลี่ยนด้านวรรณกรรม ระหว่างจีนและไทยมีมาอย่างยาวนาน และปัจจุบันได้ขยายสู่ความร่วมมือในหลากหลายระดับ บทกวีเป็นงานสร้างสรรค์ที่ถ่ายทอดความรู้สึกจากใจจริง กวีของทั้งสองประเทศจึงควรรับฟังและเรียนรู้ซึ่งกันและกันผ่านการแลกเปลี่ยน หวังว่าการสนทนาครั้งนี้จะนำไปสู่โอกาสในการแปลผลงานและสร้างสรรค์ร่วมกัน เพื่อให้บทกวีของทั้งสองประเทศได้รับชีวิตในมิติใหม่

คุณจุฑามาศ กล่าวว่า มิตรภาพจีน–ไทยไม่เพียงแต่มีพื้นฐานมาจาก #ความสัมพันธ์ทางการทูต 50 ปีเท่านั้น แต่ยังมีการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและวรรณกรรมที่สืบเนื่องมาอย่างยาวนานอีกด้วย แม้บทกวีจะใช้ภาษาต่างกัน แต่สามารถก้าวข้ามพรมแดนและถ่ายทอดความรู้สึกร่วมของมนุษย์ได้ หวังว่า การแลกเปลี่ยนระหว่างกวี นักเขียน และนักวิชาการของทั้งสองประเทศครั้งนี้ จะช่วยเสริมสร้างความเข้าใจและความร่วมมือในแวดวงวรรณกรรม ใช้วรรณกรรมและบทกวีเป็นสะพานเชื่อมมิตรภาพ และส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนจีน–ไทยให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

คุณจาง รั่วอวี๋ กล่าวว่า #เทศกาลไหว้พระจันทร์ เป็นหนึ่งในเทศกาลสำคัญของชาวจีน การเชิญกวีและผู้เชี่ยวชาญจากจีนและไทยมาพบปะกันที่กรุงเทพฯ ครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการแลกเปลี่ยนด้านวรรณกรรม แต่ยังเป็นการพบปะทางจิตใจและการสนทนาระหว่างอารยธรรม หวังว่ากิจกรรมครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือระหว่างแวดวง #วรรณกรรมจีน และไทยให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

กิจกรรมครั้งนี้เชิญกวี นักเขียน และผู้เชี่ยวชาญด้านวรรณกรรมจากจีนและไทยรวม 9 ท่าน ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองด้าน #บทกวี และวรรณกรรมอย่างลึกซึ้ง ช่วงเช้า ในกิจกรรมเสวนาวรรณกรรม กวีจากทั้งสองประเทศแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับพัฒนาการ เอกลักษณ์ด้านการสร้างสรรค์ และรูปแบบการถ่ายทอดทางวรรณกรรม พร้อมแบ่งปันประสบการณ์และแนวคิดในการสร้างสรรค์บทกวี ตลอดจนคัดเลือกผลงานที่ชื่นชอบมาร่วมอ่านบทกวี ถ่ายทอดทั้งความแตกต่างและความสอดคล้องของวัฒนธรรมบทกวีจีน–ไทยผ่านการอ่านและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ช่วงบ่าย ในการเสวนา “บทกวีข้ามขุนเขาและทะเล” กวีจีน 3 ท่าน และผู้เชี่ยวชาญด้านวรรณกรรมไทย 3 ท่าน ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองในประเด็นต่าง ๆ อาทิ การขยายขอบเขตของบทกวี การสืบทอดบทกวี การอยู่ร่วมกันระหว่าง AI กับบทกวี และแนวโน้มการแลกเปลี่ยนวรรณกรรมจีน–ไทยในอีก 10 ปีข้างหน้า พร้อมร่วมสำรวจรูปแบบการถ่ายทอดและคุณค่าร่วมของบทกวีภายใต้บริบททางวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน

ภายหลังจบกิจกรรม สื่อมวลชนไทยกว่า 10 แห่ง อาทิ Banmuang และ The Better ได้สัมภาษณ์กวีและผู้เชี่ยวชาญจากจีนและไทย โดยกล่าวว่า ทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ทาง #ประวัติศาสตร์ และ #วัฒนธรรม ที่แน่นแฟ้น และบทกวีเป็นสื่อสำคัญในการเชื่อมโยงจิตใจและส่งเสริมความเข้าใจระหว่างประชาชน พร้อมหวังว่าจะมีกิจกรรมแลกเปลี่ยนด้านวรรณกรรมจีน–ไทยในรูปแบบที่หลากหลายยิ่งขึ้น เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และความร่วมมือในแวดวงบทกวีและวรรณกรรมของทั้งสองประเทศ

ศูนย์วัฒนธรรมจีน ณ กรุงเทพฯ ส่งเสริมความสัมพันธ์กระชับมิตร และเผยแพร่วัฒนธรรมจีน กระชับการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือด้านวัฒนธรรมระหว่างจีนกับไทย